วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เหตุผลที่ช่างเชื่อมมืออาชีพต้องปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์


เหตุผลที่ช่างเชื่อมมืออาชีพต้องปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์

ตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์เป็นตู้เชื่อมไฟฟ้าราคาถูก ประหยัดไฟและเป็นเครื่องมือที่ช่างเชื่อมนิยมเลือกใช้กันมากขึ้น ซึ่งตู้เชื่อมไฟฟ้าอินเวอร์เตอร์มีระบบเชื่อมแบบ MMA ซึ่งเป็นการเชื่อมไฟฟ้าแบบเดิมที่ทำการเชื่อมด้วยธูปเชื่อม ในขณะเชื่อมเนื้อลวดจะหลอมละลาย โดยจะต้องเชื่อมหรือเติมแนวเชื่อมเพื่อให้ชิ้นงานอย่างโลหะมีการผสานกัน ส่วนตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ระบบเชื่อม TIG จะเป็นการหลอมละลายของชิ้นงานเพื่อให้ได้แนวเชื่อมที่เหมาะกับงานเชื่อมท่อ แต่กระนั้นก็ยังมีช่างเชื่อมอีกหลายคนที่หันมาปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์เพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดีของการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์
ซึ่งตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์เป็นเครื่องเชื่อมที่มีกระแสไฟฟ้าคงเหลือไว้ในระบบอย่างคงที่ขณะใช้งาน ซึ่งหากเชื่อมโลหะจะทำให้งานที่ได้ออกมาสวย แต่เพราะการใช้ตู้เชื่อมมีมากมายหลายชนิดให้เลือก โดยมีความสามารถโดดเด่นในงานเชื่อม ทำให้งานเชื่อมที่ได้ออกมามีความสวยงามกว่างานการใช้เครื่องเชื่อมทั่วไป แต่กระนั้นช่างเชื่อมก็ยังมีการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ให้มีความแรงขึ้น ใช้งานแบบไม่มีสะดุด ทำให้ชิ้นงานมีความต่อเนื่องโดยจะช่วยทำงานออกมาให้ดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น ตามปกติแล้วตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์เป็นตู้เชื่อมที่มีน้ำหนักเบาและมีขนาดที่เล็กกะทัดรัด ซึ่งเหมาะต่อการใช้งาน เคลื่อนย้ายสะดวก โดยเฉพาะการเชื่อมบนที่สูงก็ไม่ต้องกังวลเพราะง่ายต่อการใช้งาน และจัดเก็บก็ง่าย แถมยังมีระบบกันไฟกระชากและระบบประหยัดไฟที่ถูกติดตั้งเอาไว้ด้านในของตู้เชื่อม เมื่อมีการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ จะช่วยให้ระบบการทำงานแรงขึ้น มีระบบป้องกัน Over-voltage และ Over-current ทำให้สามารถผลิตงานที่มีคุณภาพสูง

หลักการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์
หากใช้งานตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ที่ต้องใช้ระยะเวลานาน จะต้องทำให้มีการระบายความร้อนที่ดี โดยจะต้องระบายความร้อนด้วยพัดลมในตัวเพราะตู้เชื่อมมีโอกาสทำให้เกิดความร้อนสูง จึงควรเลือกตู้เชื่อมไฟฟ้าที่มีการระบายความร้อน เมื่อมีการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์จะทำให้กระแสไฟฟ้าแรงดันไฟฟ้าอินเวอร์เตอร์ที่เป็นแบบปกปิดที่มีช่วงกว้างของกำลังการผลิตไม่กี่วัตต์เพิ่มขึ้นไปจนถึงหลายสิบกิโลวัตต์ โดยการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์จะทำให้ตู้เชื่อมมีคุณสมบัติสามารถแปลงแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับให้เพิ่มมากขึ้น ทำให้พารามิเตอร์มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องซึ่งจะสอดคล้องกับของแรงดันไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หลักการทำงานของอินเวอร์เตอร์จะแตกต่างจากเครื่องเชื่อม rectifiers ซึ่งขึ้นอยู่กับวงจรสะพานที่ใช้ไดโอดของเครื่องเชื่อม rectifiers แต่ในกรณีที่ใช้อินเวอร์เตอร์เชื่อมที่มีการปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ จะทำให้คุณภาพของกระแสไฟฟ้าสูงกว่าระบบเดิมๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการเชื่อมงานให้มีประสิทธิภาพแรงขึ้น   



วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เทคนิคการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน... เชื่อมอย่างไรให้เนียนกริ๊บ


เทคนิคการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน... เชื่อมอย่างไรให้เนียนกริ๊บ

เชื่อว่าในการเชื่อมชิ้นงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการต่อเติม การก่อสร้างใหม่ หรือการซ่อมแซมใดๆ ที่มีการเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมโลหะต่างๆ นั้น เจ้าของเองก็คงอยากจะให้ผลงานออกมาดูดี เก็บงานเรียบร้อยในเรื่องของการเชื่อม ซึ่งจะได้ไม่เกิดปัญหาต่างๆ ตามมาภายหลัง โดยเฉพาะการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน ที่เรียกได้ว่ามีความสำคัญอย่างมาก และเป็นการบ่งบอกว่า ช่างเชื่อมนั้นมีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน??

การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน ตามมาตรฐาน AWS
การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานเพื่อเก็บงานให้เรียบร้อยนั้น การทำให้ชิ้นงานมีรอยต่อคือ การประสานหรือการทำการต่อชิ้นส่วนสองชิ้นเข้าด้วยกัน หรืออาจจะมากกว่านั้นซึ่งสามารถทำได้โดยการยึดด้วยสกรูหรือการเชื่อม ไม่ว่าจะเป็นการ เชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน ที่ใช้เป็นแบบรอยต่อชน  ซึ่งเป็นการนำขอบชิ้นงานทั้งสองชิ้นมาวางให้ขอบมีการชนกัน โดยจะมีการเว้นช่องว่างหรือไม่นั้น จะขึ้นอยู่กับความหนาของงาน  ส่วนการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน แบบที่มีรอยต่อเกย ซึ่งเป็นลักษณะการต่อคือการนำชิ้นงานสองชิ้นงานมาซ้อนเกยกัน ซึ่งการการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานวิธีนี้มีข้อดีคือไม่ต้องเสีย เวลาในการเตรียมงานมาก เพราะการต่อเกยที่ดีควรให้ชิ้นงานทั้งสองชิ้นงานทำการซ้อนกันแบบแนบสนิทตลอดความยาว  

ชนิดของการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานและท่าเชื่อมที่เหมาะสม
การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน จากท่าเชื่อมพื้นฐาน ซึ่งในการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน (Welding Position) จากท่าเชื่อมพื้นฐานนั้น ในงานเชื่อมไม่ว่าจะเป็นเชื่อมแก๊ส หรือเชื่อมไฟฟ้า ท่าเชื่อมที่สามารถทำการเชื่อมได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากที่สุดคือ การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน ด้วยการเชื่อมท่าราบ แต่ในการปฏิบัติงานบางอย่างอาจไม่สามารถเลือกท่าเชื่อมที่ถนัดได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพของงานที่ทำอยู่  รวมทั้งตำแหน่งของการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานทั้งเชื่อมแก๊ส และเชื่อมไฟฟ้า ซึ่งการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน อย่างรอยต่อมุม ซึ่งจะมีลักษณะการต่อคล้าย ๆ กับการเชื่อมรอยต่อตัวที แต่มีความแตก ต่างกันตรงรอยต่อมุมนั้นสามารถวางตั้งฉากกันในบริเวณของขอบชิ้นงานทั้งสอง ซึ่งการเชื่อมต่อมุมนี้สามารถเชื่อมได้ทั้งรอย ต่อมุมภายในและรอยต่อมุมภายนอก

การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานแบบรอยบาก
ในการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน แนวเชื่อมจะต้องมีความแข็งแรงเท่ากับหรือมากกว่าชิ้นงานที่นำมา ซึ่งแนวเชื่อมจะต้องมีการหลอมละลายตลอดความหนาของชิ้นงาน หากชิ้นงานไม่หนามากนักก็สามารถเชื่อมได้ทันที หากชิ้นงานมีความหนาเกินกว่า 3 มิลลิเมตรขึ้นไปจะต้องมีการบากร่องชิ้นงาน เพื่อทำให้เกิดการซึมลึกและได้เนื้อของการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน ที่มากพอที่จะทำให้เกิดความแข็งแรง ซึ่งการออกแบบบากร่องนี้จะทำการบากร่องนั้นขึ้นอยู่กับความหนาของชิ้นงานเป็นหลัก

การเชื่อมรอยต่อของชิ้นงาน แบบรอยต่อชนเชื่อมแก๊ส เป็นการนำชิ้นงานสองชิ้นหรือมากกว่ามาต่อเข้าด้วยกันซึ่งมีวิธีการต่อมากมายอย่างการรอยต่อชน  เป็นการนำชิ้นงานมาชนกัน แต่ให้ขอบของชิ้นงานทั้งสองอยู่ในระดับเดียวกัน ส่วนรอยต่อขอบเชื่อมแก๊ส  เหมาะสำหรับงานเชื่อมโลหะที่บางๆ และไม่นิยมเติมลวดเชื่อม การการเชื่อมรอยต่อของชิ้นงานลักษณะนี้สามารถกระทำได้ง่ายรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก



วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การเชื่อมโลหะ คืออะไร?? มีกี่ชนิด ?? รออะไร?? อ่านเลยสิ !!


การเชื่อมโลหะ คืออะไร??  มีกี่ชนิด ?? รออะไร?? อ่านเลยสิ !!

การเชื่อมโลหะ เป็นการต่อโลหะทั้งสองชิ้นให้มีการติดกันโดยการให้ความร้อนแก่โลหะทั้งสองชนิด รวมถึงลวดเชื่อมจนทำให้เกิดการหลอมละลาย ติดเป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งเป็นการเติมลวดเชื่อมเป็นตัวให้ประสานการเชื่อมต่อได้ดีขึ้น ซึ่งการเชื่อมโลหะ แบ่งออกได้หลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดต่างก็เป็นกรรมวิธีในการเชื่อมโลหะที่เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายมีหลายอย่างที่เรานำมาฝากกัน

1.การเชื่อมโลหะ จากการเชื่อมแก๊ส
การเชื่อมโลหะ จากการเชื่อมแก๊ส ( Gas Welding ) เป็นการเชื่อมที่นิยมกันมากของบรรดาช่างเชื่อม ซึ่งจัดอยู่ในประเภทของการเชื่อมหลอมเหลว และเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้แหล่งความร้อนให้เกิดการเผาไหม้ระหว่างแก๊สอะเซทีลีนซึ่งเป็นแก๊สเชื้อเพลิงบวกกับแก๊สออกซิเจน โดยมีอุณหภูมิของการเผาไหม้ที่สมบูรณ์ให้ความร้อนสูง 3200 องศาเซลเซียส โดยจะไม่มีเขม่าหรือควันใดๆ

2.การเชื่อมโลหะ จากการเชื่อมไฟฟ้า
การเชื่อมโลหะ จากการเชื่อมไฟฟ้า ( Arc Welding ) ซึ่งการเชื่อมไฟฟ้าชนิดนี้อาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า  เป็นการเชื่อมโลหะโดยวิธีการเชื่อมอาร์ค โดยความร้อนที่ใช้ในการเชื่อมชนิดนี้เกิดจากประกายอาร์คระหว่างชิ้นงานกับลวดเชื่อมซึ่งเป็นการหลอมละลายลวดเชื่อมที่จะทำหน้าที่ป้อนเนื้อโลหะให้แก่แนวเชื่อม

3.การเชื่อมโลหะ จากการเชื่อมอัด
การเชื่อมโลหะด้วยการเชื่อมอัด ( Press Welding ) เป็นการประสานโลหะ 2 ชิ้นให้ติดกันโดยเป็นการใช้ความร้อนกับชิ้นงานในบริเวณที่จะทำการเชื่อม ซึ่งเกิดจากนั้นใช้แรงอัดส่วนที่หลอมละลาย จนทำให้ชิ้นงานทั้งสองชิ้นติดกันเป็นจุดหรือทำให้เกิดแนวความร้อนที่มีการใช้ความต้านทานไฟฟ้าทำการเชื่อมจุดนั่นเอง

4.การเชื่อมโลหะ แบบTIG
การเชื่อมโลหะ แบบการเชื่อม TIG ( Tungsten Inert Gas Welding ) เป็นวิธีการเชื่อมโลหะที่ใช้ความร้อนซึ่งเกิดจากการอาร์คระหว่างลวดทังสเตนกับชิ้นงาน และมีแก๊สเฉื่อยปกคลุมบริเวณงานเชื่อมรวมทั้งบ่อหลอมละลายเพื่อไม่ไห้บรรยากาศภายนอกเข้ามาทำปฏิกิริยาตรงบริเวณที่เชื่อม

5.การเชื่อมโลหะ แบบ MIG
การเชื่อมโลหะ แบบการเชื่อม MIG ( Metal Inert Gas Welding ) เป็นกระบวนการเชื่อมที่ได้รับความร้อนจากการอาร์คที่เกิดขึ้นระหว่างลวดเชื่อมกับชิ้นงานลวดเชื่อม ซึ่งเป็นการใช้ลวดเชื่อมเปลือยในการส่งป้อนอย่างต่อเนื่องไปยังบริเวณอาร์คโดยทำหน้าที่เป็นโลหะเติมลงยังบ่อหลอมละลาย และยังถูกปกคลุมไปด้วยแก๊สเฉื่อยเพื่อไม่ให้เกิดการรวมตัวกับอากาศ

6.การเชื่อมโลหะ  แบบเชื่อมใต้ฟลักซ์
การเชื่อมโลหะแบบ การเชื่อมใต้ฟลักซ์ ( Submerged Arc Welding ) เป็นกระบวนการเชื่อมไฟฟ้าที่ได้รับความร้อนจากการอาร์คระหว่างลวดเชื่อมเปลือยกับชิ้นงานเชื่อม ซึ่งจะมีฟลักซ์ชนิดเม็ด ทำการปกคลุมบริเวณอาร์คและฟลักซ์ แต่ส่วนที่อยู่ใกล้กับเนื้อเชื่อมจะหลอมละลายปกคลุมเนื้อเชื่อม ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการป้องกันอากาศภายนอกทำปฏิกิริยากับแนวเชื่อมส่วนฟลักซ์ที่อยู่ห่างจากเนื้อเชื่อมนั้นจะไม่หลอมละลาย ทำให้ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้อีกเช่นกัน



วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ความแตกต่างของวิธีการเชื่อมโลหะด้วยเครื่องเชื่อมชนิดต่างๆ


ความแตกต่างของวิธีการเชื่อมโลหะด้วยเครื่องเชื่อมชนิดต่างๆ

ช่างเชื่อมือใหม่บางคนหันมาสนใจวิธีการเชื่อมโลหะด้วยการใช้เครื่อง TIG เพราะเห็นว่ามีความปลอดภัยสูง ซึ่งอาจเป็นเพราะมีควันและประกายไฟน้อย ซึ่งเครื่อง TIG สามารถนำมาเชื่อมเหล็กเพื่อทำโครงหลังคาสำหรับโรงจอดรถ ซ่อมแซมอื่นๆ ได้ด้วย  แต่อาจเลือกใช้รุ่นที่ใช้ลวดเชื่อมธรรมดาและอย่าใช้แบบอินเวอเตอร์ ส่วนเวลาเชื่อมควรใช้พัดลมเป่าถ้าทำได้   สำหรับมือใหม่ๆ นั้น วิธีการเชื่อมโลหะได้ดีคือจะต้องจี้ลวดเชื่อมลวดเชื่อม  5  วินาที แล้วทำการดึงออก 5  วินาที จากนั้นก็ค่อยๆ จี้ลวดเชื่อมใหม่ สลับเป็นจังหวะไปเรื่อยๆ  อย่าพยายามจี้แช่และอย่าเกร็งมือตอนเชื่อม

ความแตกต่างของวิธีการเชื่อมโลหะ
วิธีการเชื่อมโลหะด้วยเครื่องเชื่อม TIG  มีข้อดีคือ สามารถเชื่อมโลหะได้ทุกชนิด  แต่ราคาของเครื่องของอาจจะสูงไปสักหน่อยซึ่งเป็นการใช้ก๊าซอาจทำให้ไม่คุ้มกับงานที่ใช้ซักเท่าไหร่ แต่หากกรณีใช้งานทั่วๆ ไป เครื่องเชื่อมแบบธูปแลดูจะเหมาะกว่า ด้วยราคาของเครื่องที่ไม่แพงเกินไป อีกทั้งยังมีความสะดวกในการนำไปเชื่อมตามจุดต่างๆ  มากกว่าเครื่องเชื่อมแบบ TIG   ที่มีถังก๊าซ อากอนด้วย ทำให้เวลาจะย้ายไปเชื่อมไปตามจุดต่างๆ จะต้องขนย้ายอะไรมากมาย ทำให้ช่างเชื่ออาจจะได้รับความลำบากและไม่สะดวกแน่นอนและยังมีวิธีการเชื่อมโลหะแบบ MIG อีก อันนี้สะดวกขึ้นแต่ราคาเครื่องก็ยังถือว่าสูงอยู่ ทำให้ช่างเชื่อมหลายๆ คน มาลงตัวเครื่องเชื่อมธูปแบบอินเวอร์เตอร์ ก็ได้ เพราะสามารถแบกไปไหนมาไหนได้ชิลๆ อีกอย่างหากเป็นวิธีการเชื่อมโลหะแบบเครื่องเชื่อมธูป จะทำให้ฝึกได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดความคล่องในการเชื่อม รวมถึงระบบอื่นๆ ก็ฝึกได้ง่ายขึ้น  แต่หากเป็นงานละเอียดก็อย่าลืมซื้อหน้ากากอัตโนมัติด้วย เพราะแสงมันแรงกว่ามาก เวลาเชื่อมต้องใส่เสื้อผ้าให้มิดชิดและอย่าให้ผิวหนังโดยแสงนานๆ เด็ดขาด    
 
ข้อดีของการเลือกใช้วิธีการเชื่อมโลหะด้วยตัวเอง
สมัยนี้หากเราสามารถทำอะไรเองได้ก็ดี เพราะนอกจากได้ประหยัดค่าช่าง  โดยเฉพาะงานเชื่อมเล็กๆ ที่อาจจะหาช่างยากด้วย ค่าแรงก็แพง ทำให้บางทีงานออกมาไม่สมราคาที่ต้องจ่ายไป แต่การหาวิธีการเชื่อมโลหะด้วยการลงมือทำเองนี้มันเป็นความภูมิใจสุดๆ อาจลองทำเป็นเวิร์กชอปเล็กๆ ไว้ทำงานไม้และงานเหล็กที่อาจทำเป็นงานอดิเรกก็ได้เช่นกัน ซึ่งการเรียนรู้ด้วยตัวเองสามารถ ไปดูงานของช่างที่กำลังทำและแบบเสร็จแล้ว อีกทั้งงานก่อสร้างต่างๆ  ดูว่าเขาทำอย่างไร ทั้งงานที่เขาทำเสร็จแล้วและกำลังทำ ซึ่งจะทำให้คุณกลายเป็นคนช่างสังเกตขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และมีความสุขมาก ซึ่งหากไม่ออกไปเรียนรู้และหาประสบการณ์จากที่อื่นบ้าง อาจทำให้คุณไม่กล้าเปิดรับสิ่งใหม่ๆได้  



วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2562

องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าในการควบคุมแนวเชื่อม


องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าในการควบคุมแนวเชื่อม

เกร็ดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับองค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า หรือเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในงานเชื่อมไฟฟ้าสำหรับมือใหม่หัดเชื่อมนั้น จะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการใช้เครื่องเชื่อมโลหะ และเรียนรู้องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าก่อน โดย เฉพาะการใช้งานของเครื่องเชื่อมซึ่งเป็นการยึดติดโลหะเพื่อให้ติดกันอย่างแข็งแรงและมีประสิทธิภาพ ซึ่งองค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีใช้แรงดัน และกรรมวิธีการหลอมละลาย ซึ่งช่างเชื่อมจะต้องเรียนรู้องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าเพื่อเลือกใช้วิธีการเชื่อมให้ถูกต้องและเหมาะสมกับลักษณะของชิ้นงานเพื่อให้งานเชื่อมสมบูรณ์และประหยัดเวลาให้มากที่สุด

การเลือกองค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า เป็นอีกหนึ่งกรรมวิธีการเชื่อมโลหะด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ซึ่งจะมีตำแหน่งในการเชื่อม ชนิดของรอยเชื่อม และมีรอยต่อเหมือนกับกรรมวิธีการเชื่อมโลหะด้วยแก๊สอ๊อกซีอะเซทิลีน  ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับการใช้เครื่องเชื่อม และเทคนิคการเชื่อม ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมโลหะด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ ซึ่งจะมีองค์ประกอบในการควบคุมแนวเชื่อมที่แตกต่าง ตามลักษณะงานต่างๆ

องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า ในการเลือกชนิดของลวดเชื่อมให้เหมาะสม  
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าในการเลือกลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับลักษณะงาน ควรพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ

1.ความแข็งแรงของงาน
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าจะต้องมีความแข็งแรงของโครงงานเพราะก่อนเชื่อมจะต้องรู้สมบัติเชิงกล ของโลหะงาน และจะต้องเลือกลวดเชื่อมที่มีคุณสมบัติเชิงกลใกล้เคียงกันมากที่สุดในการเชื่อม หากเป็นเหล็กกล้าละมุน หรือMild Steels ควรเลือกลวดเชื่อมในกลุ่ม EXXXX อย่าง E6013 ซึ่งเป็นลวดเชื่อมที่มีคุณสมบัติเชิงกลใกล้เคียงกับโลหะงาน

2.ส่วนผสมของโลหะงาน
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า จะต้องเลือกลวดเชื่อมที่มีส่วนผสมคล้ายหรือเหมือนกับโลหะงาน  เพราะหากเป็นเหล็กกล้าแรงดึงสูงหรือเหล็กกล้าชนิดต่าง ๆ ควรเลือกลวดเชื่อม ในกลุ่ม EXXXX BX  อย่าง E 8018 B8 ซึ่งเป็นลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์ด่างผงเหล็ก

3.ท่าเชื่อมที่เหมาะสม
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า โดยจะต้องดูจากสัญลักษณ์ที่กำหนดในลวดเชื่อมอย่างระบบ AWS  ที่มีการกำหนดตัวเลขตัวที่ 3 ที่จะเป็นการบอกถึงตำแหน่งท่าเชื่อมที่เหมาะสมกับการทำชิ้นงาน ซึ่งจะทำให้รู้ว่าสามารถเชื่อมได้ในตำแหน่งใดบ้างอย่าง  E 6010  สามารถเชื่อมได้ทุกตำแหน่ง

4.ชนิดของกระแสไฟที่ใช้
เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้าที่สำคัญมาก เพราะการเลือกกระแสไฟที่ใช้นั้น ควรเลือกให้เหมาะสมกับกระแสไฟเชื่อม เพราะลวดเชื่อมบางชนิดจะเชื่อมได้ผลดีกับไฟกระแสตรงเท่า หรือบางชนิดจะเชื่อมได้ผลดีกับไฟกระแสสลับเท่านั้น ลองพิจารณาตัวเลขตัวที่ 4 สำหรับมาตรฐาน AWS  อย่าง E 6013 ที่เชื่อมได้ทั้งกระแสไฟสลับและกระแสตรง
5.ลักษณะของรอยต่อ
องค์ประกอบของงานเชื่อมไฟฟ้า ในส่วนของรอยต่อนั้น หากเป็นการเชื่อแบบต่อชนไม่บากหน้างาน ควรเลือกใช้ลวดเชื่อมที่มีการอาร์กนิ่มนวล เพื่อช่วยป้องกันงานทะลุ  สำหรับการเชื่อมต่อชนบากหน้างานควรใช้ลวดเชื่อมที่มีการอาร์กรุนแรง เพื่อต้องการการกินลึก อย่าง E 7016 ซึ่งจะพิจารณาตัวเลขตัวที่ 4 นั่นเอง



วันพฤหัสบดีที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2560

อยากเรียนรู้วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา...ทำได้ไม่ยาก

อยากเรียนรู้วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา...ทำได้ไม่ยาก

มีช่างเชื่อมที่ชำนาญการเชื่อมอีกหลายคนอยากหัดเชื่อม แบบwalk the cup หรือวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา ซึ่งอาจจะดูยากไปสำหรับช่างเชื่อมมือใหม่แต่สำหรับช่างที่มีประสบการเชื่อมอยู่แล้ว และเคยเชื่อแต่แบบเดิมๆ เชื่อว่าอยากจะลองหาวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลาดูบ้าง เพื่อให้ผลงานออกมาสวยที่แตกต่างจากเดิม  การหัดเชื่อแบบ walk the cup  หรือวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลาจะมีหลักการในการควงแบบไหน และจะต้องฝึกอย่างไร  หรือมีการปรับไฟแบบไหน?? ถึงจะเหมาะสม

เคล็ดลับวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา
Walking the cup  หรือ วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา เป็นการควงปืนเชื่อมหรือหัวเชื่อม เพื่อให้เกิดเป็นแนวซ้อนทับกัน ด้วยวิธีการใช้ซ้ายทับขวาต่อด้วยขวาทับซ้ายซึ่งเป็นที่มาของวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลาหรือเกล็ดปลาไหล ประมารว่าคือการเดินแนวแบบถ้วยกาแฟ แต่มันก็ไม่เกือบเป็นถ้วยกลมเท่าไหร่ โดยมือเราจะต้องเคลื่อนที่แบบวงรีเฉียง 45 องศา และเดินมือตามเข็มนาฬิกา จากมือทีอาจจะอยู่ตำแหน่งบนสุดของวงรีที่มุม 45 องศา แล้วค่อยๆ เคลื่อนมือโค้งลงมาด้านหลังสุดที่ 45 องศาล่าง  จากนั้นค่อยๆ เคลื่อนมือโค้งขึ้นเป็นวงรีไปจบที่มุมบนที่ 45 องศาเช่นเดิม ซึ่งวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลานี้ จะใช้สำหรับการการเชื่อมท่อรอยต่อชนบางงานตั้งแต่ท่า 1G 5G  จะทำให้งานเชื่อมออกมาดีที่สุด 

วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา 5g คำว่า 5g  คือ ?
วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา 5g คือตำแหน่งท่าเชื่อมที่กำหนดโดยมาตรฐานอเมริกัน  (AWS) สำหรับงานเชื่อมท่อซึ่งประกอบด้วย
1.ท่าราบ Flat 1G
เป็นวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา ซึ่งแกนท่อจะอยู่ในแนวนอน  โดยมีการหมุนท่อเชื่อม ในตำแหน่งท่าราบ

2.ท่าระดับ Horizontal 2G
เป็นวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา ซึ่งใช้แกนท่ออยู่แนวตั้ง เป็นท่าที่ยึดกับที่เชื่อม ในตำแหน่งท่าระดับ

3.ท่าตั้ง Vertical 5G
วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา โดยแกนท่อจะอยู่แนวนอน ท่อยึดกับที่เชื่อม ในตำแหน่งท่าตั้งเชื่อมขึ้น (อยู่ที่ 6 ถึง 12 นาฬิกา)

4.ท่าเชื่อมพิเศษ 6G
วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา  คือแกนท่อจะเอียงในตำแหน่ง  45 องศา ท่อยึดกับที่เชื่อมขึ้น

5.ท่าเชื่อมพิเศษ 9GR
วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา ที่มีแกนท่อเอียงในตำแหน่ง  45 องศา โดยปลายท่อชิ้นที่ 1 ประกบกับปลายท่อชิ้นที่ 2  และผ่านเหล็กแผ่นรองคั่น

วิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา กับขนาดของเหล็กหนาเหล็กบาง เกี่ยวข้องกับการปรับตั้งไฟ  เพราะหากเหล็กบางตั้งไฟแรงก็จะทำให้ละลายจนทะลุขาดได้ส่วนเหล็กหนาหากตั้งไฟอ่อนละลายแต่ลวดเชื่อมแต่ติดผิวหน้างานแบบไม่กินลึก ซึ่งอาจทำให้หลุดได้ง่าย สำหรับวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลา หากเป็นเหล็กบาง
ที่ใช้วิธีแต้มยก เหล็กหนาต้องเดินยาวแต่ตู้เชื่อมระบบอินเวอเตอร์ไม่เหมาะกับการลากยาวมากๆ ซึ่งวิธีเชื่อมเหล็ก เกล็ดปลาช่างที่ชำนาญจะดูจากการละลาย

ของลวดเชื่อมและเหล็กขณะเชื่อม ซึ่งการเชื่อมแนวนอนเชื่อมถอยหลังวนเพื่อแทงลวดเชื่อมจะได้แนวแบบเกล็ดปลา


วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560

เคล็ดลับวิธีเชื่อมเหล็กกล่องของมือสมัครเล่นให้เก่งขึ้น

เคล็ดลับวิธีเชื่อมเหล็กกล่องของมือสมัครเล่นให้เก่งขึ้น

วิธีเชื่อมเหล็กกล่องนั้นยังมีช่างสมัครเล่นอีกหลายๆ คนที่อาจจะต้องฝึกฝนอยู่อีกมาก ซึ่งวิธีเชื่อมเหล็กกล่องด้วยการเชื่อมไฟฟ้านั้นหากต้องการให้แนวเชื่อมมีคุณภาพดีขึ้น ส่วนใหญ่วิธีเชื่อมเหล็กกล่องจะขึ้นอยู่กับการตั้งไฟจึงทำให้ช่างเชื่อมมีความจำเป็นที่จะต้องเรียนรู้เรื่องการตั้งไฟเชื่อมด้วย เพราะหากตั้งไฟต่ำเกินไปจะทำให้การอาร์กเกิดอาการ ติดๆ ดับ ๆ และทำให้แนวเชื่อมไม่เรียบ แนวรากซึมไม่ลึกพอ แต่หากตั้งไฟสูงเกินไปก็จะเกิดรอยเว้าขอบ ๆ ของแนวเชื่อม ซึ่งเป็นรอยเชื่อมที่เกิดสะเก็ดกระเด็นออกนอกแนวเชื่อมได้  ซึ่งเป็นข้อสำคัญของวิธีเชื่อมเหล็กกล่องที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนคุณสม บัติในเนื้อของชิ้นงาน ส่งผลทำให้งานคดงอมากไปกว่าปกติ

วิธีเชื่อมเหล็กกล่องขั้นพื้นฐาน
วิธีเชื่อมเหล็กกล่องนั้น จะต้องเรียนรู้การตั้งไฟก่อน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับความหนาของเหล็กและท่าเชื่อม ซึ่งสามารถดูได้คร่าวๆที่ข้างกล่อง รวมทั้งระยะห่างของลวดเชื่อมกับชิ้นงาน  ซึ่งจะเป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของลวดเชื่อม  ส่วนมุมลวดเชื่อมจะต้องอยู่ในแนวราบให้เอียงลวดไปทางซ้าย 45 องศา+- เพื่อทำการแตะและยกลาก  และหลังทำการเชื่อมเสร็จแล้ว จะต้องทำการเคาะสแลกออก หลังจากที่เย็นแล้วก็ต้องทาสีกันสนิมที่แนวเชื่อมด้วย ซึ่งเป็นวิธีเชื่อมเหล็กกล่องขั้นพื้นฐานที่สุดแล้ว

การปรับระดับไฟวิธีเชื่อมเหล็กกล่อง
วิธีเชื่อมเหล็กกล่อง จะต้องใช้เหล็กให้ชิดกัน เพื่อเชื่อมจุดที่ต้องการเชื่อมให้ติดไว้ก่อน แล้วค่อยๆ เชื่อมเดินแนวเหล็กกล่องแต่อย่าพยายามเดินแนวลากยาว เพราะหากเป็นกล่องเหล็กที่บางก็จะทำให้เกิดการทะลุง่ายขณะเชื่อม ลองสังเกตเหล็กกล่องบ่อยๆ เพื่อป้องกันการทะลุด้วยการยกลวดเชื่อมขึ้น เป็นการแต้มลงไปแล้วยก เชื่อมแล้วยก เชื่อมเป็นจุดๆ ต่อกันไปพอจะแต้มต่อ ก็จรดลวดลงต่อจากรอยล่าสุดที่เชื่อมไว้ในแบบที่ไม่ต้องให้ห่างจุดเดิม และอาจปรับไฟประมาณ 70-75 A แต่ไม่ควรเกิน 90  

เคล็ดลับวิธีเชื่อมเหล็กกล่องของมือสมัครเล่น

แต่หากคุณยังไม่เคยเชื่อม  ให้คุณลองวิธีเชื่อมเหล็กกล่องที่ไม่ใช้งาน หรือหาเหล็กอื่นมาเชื่อมเล่นดูก่อน อย่าพึ่งลงงานจริง แรก ๆ สำหรับมือใหม่มันอาจจะยากและอันตรายเพราะอาจจะยังไม่ชินกับหน้ากาก ซึ่งอาจจะทำให้มือคุณกะไม่ถูกว่าควรยกลวดเชื่อมตอนไหน หรืออาจทำให้ลวดเชื่อมติดเหล็กบ่อยๆ  แต่หากไม่ใช้หน้ากากก็อาจทำให้ตาอักเสบได้ ลองหาทางเชื่อมอะไรเล่นๆ ไปก่อน แต่ระวังอย่าใช้วิธีเชื่อมเหล็กกล่องที่บางเกินไปเพราะจะทำให้ทะลุเร็ว และหากแต่เมื่อเกิดความคุ้นชินมือแล้ว ก็ให้ค่อยๆ ปรับตัวกับหน้ากากเชื่อม ซึ่งจะค่อยๆ ทำให้งานเชื่อมดีขึ้นเรื่อย ๆ เอง



วันเสาร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ยากจัง!! ที่ต้องหาวิธีเชื่อมเหล็กบางให้เนียนๆ ด้วยการเชื่อมแบบ TIG

วิธีเชื่อมเหล็กบาง เนียนๆ ด้วยวิธีการแบบ TIG อาจจะเป็นเรื่องที่ยากสำหรับช่างเชื่อมมือใหม่ ซึ่งเป็นการใช้หลักการเชื่อมอาร์คทังสเตนโดยใช้ก๊าซปกคุลมแนวเชื่อม ซึ่งกระบวนการหรือวิธีเชื่อมเหล็กบางด้วยวิธีที่เรียกว่า TIG (Tungsten Inert Gas) เป็นสาขาหนึ่งในกระบวนการเชื่อมอาร์คทังสเตน (GTAW) และเป็นกระบวนการเชื่อมที่อาศัยการอาร์ค ระหว่างขั้วทังสเตน และวัสดุที่นำมาเชื่อม ซึ่งการเชื่อมแบบนี้เป็นการเชื่อมที่อาศัยก๊าซเฉื่อย โดยมากจะใช้ก๊าซ อาร์กอน (Ar) และ ฮีเลียม (He) เป็นก๊าซปกคลุม ซึ่งได้มีการประยุกต์ใช้อย่างหลากหลาย ไม่ได้จำกัดใช้แต่เฉพาะก๊าซเฉื่อย  และหากใครต้องการหาวิธีเชื่อมเหล็กบางขนาดกล่อง 1.2mm  สำหรับช่างมือใหม่จะต้องใช้เทคนิคไหนดีนะ?? ที่จะทำให้วิธีเชื่อมเหล็กบางไม่เกิดการทะลุได้??

หลักวิธีเชื่อมเหล็กบางแบบ TIG
วิธีเชื่อมเหล็กบางแบบนี้จะใช้ลวดทังสเตนเป็นขั้วอิเล็กโทรด แบบที่ไม่มีการเผาไหม้ลวด และอาจจะมีการเติมลวดเชื่อมหรือไม่เติมก็ได้ ซึ่งการอาร์คไฟฟ้าจะถูกสร้างจากกระแสไฟฟ้าที่ผ่านตัวนำและละอองของก๊าซที่มีการปกคลุม การใช้วิธีเชื่อมเหล็กบางแบบ TIG ก็เชื่อมได้เพียงแต่ปรับไฟให้อ่อนๆ อย่าจี้ธูปจุดเดียวนานไป ให้เอียงมุมธูปประมาณ 45องศา มือนิ่งๆ และลากธูปให้สม่ำเสมอ มือใหม่อย่าเพิ่งลงงานจริง ๆ ให้หัดลากบนเศษเหล็กดูแนวเชื่อมตะเข็บ  หรือลองลากมือระยะธูปก่อน หมดธูปไม่กี่อันเดี๋ยวก็คล่อง โดยเฉพาะวิธีเชื่อมเหล็กบางที่เป็นกล่องนี่เป็นความคุ้นชินส่วนบุคคลจริงๆ

วิธีเชื่อมเหล็กบาง ต้องฝึกบ่อยๆ  
มือใหม่หัดเชื่อม อาจมีเชื่อมทะลุบ้าง แนะนำให้ใช้ไฟสัก 90  จี้แล้วยกทำไปเรื่อยๆ จะทำให้คุณเริ่มรู้ว่าจุดที่เชื่อมและ สีของเหล็กที่โดนเชื่อมพอหรือยัง  ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่องเชื่อมก้าวหน้าไปมากทำให้ไม่ต้องใช้หม้อแปลงขนาดใหญ่เหมือนสมัยก่อน แค่เครื่องอินเวอตเตอร์ ตัวเล็กๆ กินไฟน้อยกว่าเตารีดหลายเท่าก็มีขายแล้ว นอกจากจะต้องรู้วิธีเชื่อมเหล็กบางแล้ว ที่สำคัญการใช้หน้ากากตัดแสงอัตโนมัติแบบดี ๆ ก็สำคัญเช่นกัน รวมทั้งการหาซื้อลวดเชื่อมขนาด 2.0 ม.ม. มาใช้ให้ถูกงานด้วย
  
วิธีเชื่อมเหล็กบางด้วยลวด ต้องใช้ทักษะ
วิธีเชื่อมเหล็กบางด้วยลวด ช่างเชื่อมจะต้องมีทักษะพอสมควร หากตั้งไฟต่ำไป ก็จะทำให้การเชื่อมติด ๆ  แต่หากตั้งสูงไป ก็จะร้อนจนทำให้เหล็กบางทะลุ ลองแบบ เชื่อมทีละจุด ไปเรื่อยๆ ดีกว่า แต่ช่างเชื่อมบางคนอาจใช้เทคนิควิธีเชื่อมเหล็กบางด้วยการใช้ลวดเชื่อม คือทุบธูปออกให้หมดให้เหลือแต่ลวด แล้วทำการเชื่อมด้วยการละลายลวดใส่แผลที่ต้องการเชื่อมจากนั้นปรับไฟแรงกว่าเดิมหน่อย  
        

การทำแต้มยก แต้มยกอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ต้องหัดสังเกตสีของเหล็ก ถ้าสีแดงมากๆจะเริ่มทะลุ  คนที่มือนิ่งๆนี่ เชื่อมสวยมาก ต้องจับจังหวะให้ดีๆ ช่วงที่เหล็กเย็นลงจะไม่เป็นสีแดงมากๆ ก็ให้แต้มเมื่อเป็นสีแดงมากๆ ก็ให้ยก คนที่จะเชื่อมโลหะบางได้ดีควรจะหัดเชื่อมแก๊สมาก่อนก็น่าจะดี เพราะจะสังเกตเห็นบ่อหลอมละลายได้ง่ายกว่า และจะจดจำลักษณะผิวโลหะที่ร้อนแดง ที่ยังไม่ทะลุได้ดี   




วันอังคารที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2560

เทคนิควิธีเชื่อมเหล็กโครงหลังคาโรงรถให้สวยไร้รอยต่อ

เทคนิควิธีเชื่อมเหล็กโครงหลังคาโรงรถให้สวยไร้รอยต่อ

การต่อเติมบ้านเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้บ้านมีความสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นการบูรณะซ่อมแซมบ้านที่มีการชำรุด หรือการต่อเติมบางส่วนบางมุมห้องต่างๆ หรือโรงรถนอกเหนือจากพื้นที่เดิมๆ ที่มีอยู่แล้ว สิ่งหนึ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือวิธีเชื่อมเหล็ก ที่ช่างเชื่อมจะต้องทำออกมาโดยเก็บงานให้เนียนกริ๊บ ไม่ว่าจะเป็นช่วงโครงหลังคา หรือตามเสา และคานหรือในส่วนต่างๆ ที่มีการต่อเติมหรือสร้างเพิ่มขึ้นมา ซึ่งวิธีเชื่อมเหล็กที่ดีจะต้องเก็บรายละเอียดการเชื่อมให้สวยงาม เรียบร้อย โดยจะต้องใช้เทคนิคเฉพาะตัวเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่างเชื่อมแต่ละคนต้องมี ส่วนใครที่อยากจะทำโรงรถเพิ่มสำหรับเอาไว้กันแดดกันฝน วิธีเชื่อมเหล็กต่อโครงหลังคาโรงรถก็จำเป็นจะต้องมีเทคนิคเช่นกัน เทคนิควิธีเชื่อมเหล็กของโครงหลังคาโรงรถนั้นช่างเชื่อมจะมีวิธีการเชื่อมเหล็กอย่างไร? เพื่อให้เกิดความแข็งแรง ทนทาน และสามารถรับน้ำหนักวัสดุมุงหลังคาหรือต้านทานแรงลมได้โดยที่หลังคาโรงรถไม่หลุดพังลงมา

วิธีเชื่อมเหล็กเป็นตัวซีประกบกัน
การทำหลังคาโรงรถอาจจะใช้เทคนิควิธีเชื่อมเหล็กให้เป็นลักษณะการเชื่อมตัวซีประกบกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้กับตำแหน่งที่เป็น อเส, อกไก,ดั้ง หรือ ตะเฆ่สัน ซึ่งเทคนิควิธีเชื่อมเหล็กประกบกันนั้น ช่างเชื่อมก็จะเชื่อมเป็นจุดๆ ที่มีระยะ ห่างกันประมาณจุดละไม่เกิน  40  เซนติเมตรไปจนสุดความยาวของเหล็ก ซึ่งเหล็กตัวซีจะยาวประมาณ 6 เมตรต่อท่อน โดยแต่ละจุดจะมีความยาวของรอยเชื่อมต่อประมาณ  6-10  ซ.ม. เป็นวิธีเชื่อมเหล็กทั้งสองด้านคือบนและล่าง

วิธีเชื่อมเหล็กต่อกัน
วิธีเชื่อมเหล็กที่นำมาเชื่อมประกบกันนั้น  หากจำเป็นต้องมีการต่อเหล็กจริงๆ ก็ไม่ควรมีตำแหน่งต่อที่ตรงกันทั้งสองท่อนเสมอไปและควรมีการเชื่อต่อเหล็กตลอดแนวหน้าตัดโดยรอบ ๆ ก่อนที่จะนำไปเชื่อมประกบกัน แต่การนำเหล็กตัวซีที่ช่างส่วนใหญ่จะใช้วิธีเชื่อมเหล็กมาประกบกันเพื่อทำดั้งเหล็กสำหรับทำหน้าที่เป็นเสารับอกไก่ แต่จะเห็นแนวที่เชื่อมประกบซึ่งเป็นอกไก่ที่เชื่อมเหล็กตัวซีประกบกัน  โดยหากมองจากด้านล่างจะเห็นแนวเชื่อมเป็นจุด

วิธีเชื่อมเหล็กเพื่อเก็บรอยเชื่อม
การใช้วิธีเชื่อมเหล็กของโครงเหล็กหลังคาโรงรถนั้น ช่างเชื่อมจะต้องไล่เก็บรอยเชื่อมให้เต็มหรือเชื่อมให้รอบหน้าตัดเหล็กทุกจุด ที่มีการต่อชนหรือในจุดที่ประกอบเหล็กเข้าด้วยกัน   หากตำแหน่งเหล็กที่ต้องเชื่อมชนกันมีระยะห่าง หรืออาจเกิดจากการตัดเหล็กไม่ตรงหรือไม่ได้ฉาก ซึ่งทำให้ไม่สามารถเชื่อมได้ก็ควรตัดเหล็กเส้นที่มีขนาดพอดีกับระยะห่างเพื่อทำการแปะอุดเข้าไปแล้วเชื่อมยึดโดยรอบ   

วิธีเชื่อมเหล็กสวยๆ เค้าทำกันยังไง??
สำหรับเหล็กจันทันหากจำเป็นที่จะต้องต่อ ควรหลีกเลี่ยงการต่อช่วงกลาง หรือตำแหน่งที่เชื่อมต่อจะต้องใช้วิธีเชื่อมเหล็กให้รอบหน้าตัดเหล็ก อาจใช้เหล็กเพลทเชื่อมประกบเสริมก็จะทำให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ส่วนรอยเชื่อมเหล็กอเสจะเป็นการใช้วิธีเชื่อมเหล็กเพื่อต่อท่อนเหล็กที่อยู่ด้านหน้า โดยอเสจะเป็นเหล็กตัวซีประกบกัน การเชื่อมโครงหลังคารถที่สวยงามนั้น รอยเชื่อมที่ดีนั้นควรเป็นแบบเกล็ดปลาและเมื่อเคาะขี้ลวดเชื่อมออกแล้วจะทำให้เห็นรอยเชื่อมเต็มตลอดแนวโดยที่ไม่มีรูหรือช่องว่างในแนวเชื่อม หรือวิธีเชื่อมเหล็กที่หากแม้ไม่ได้เป็นลักษณะแบบเกล็ดปลาแต่หากมีการเชื่อมเต็มตลอดหน้าตัดเหล็กและมีแนวเชื่อมที่เต็มไม่มีรูโพรงหรือช่องว่างในแนวเชื่อมก็ถือว่าเป็นวิธีเชื่อมเหล็กที่สมบูรณ์แบบเช่นกัน







เหตุผลที่ช่างเชื่อมมืออาชีพต้องปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์

เหตุผลที่ช่างเชื่อมมืออาชีพต้องปรับแรงดันตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ ตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ เป็นตู้เชื่อมไฟฟ้าราคาถูก ประหยัดไฟและเป็นเครื่...